กระดูกคอเสื่อมเกิดจากอะไร? เช็คอาการและสาเหตุ พร้อมรู้จักวิธีรักษาแบบไม่ผ่าตัด
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือรู้สึกตึงคอเวลานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นเพียงอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน แต่ในบางกรณีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคกระดูกคอเสื่อม ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังหรือมีการกดทับเส้นประสาทได้ ลองมาเช็คลิสต์อาการเบื้องต้นกันดีกว่า ว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกคอเสื่อมหรือไม่
สาเหตุของโรคกระดูกคอเสื่อม
โรคกระดูกคอเสื่อมสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น พฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างการก้มคอดูมือถือ เล่นโทรศัพท์ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้กระดูกคอรับแรงกดมากขึ้น ออฟฟิศซินโดรม ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสมจนกล้ามเนื้อคอทำงานหนัก ไปจนถึงการใช้งานคอซ้ำ ๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กระดูกเสื่อมเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคกระดูกคอเสื่อมได้ โดยภาวะกระดูกคอเสื่อมสามารถแบ่งความรุนแรงได้เป็นหลายระดับ
ระดับที่ 1 ระยะเริ่มต้น: มีอาการปวดบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่ อาจรู้สึกตึงหรือเมื่อยคอ โดยยังไม่มีการกดทับเส้นประสาทอย่างชัดเจน
ระดับที่ 2 มีการกดทับเส้นประสาท: มีอาการปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เช่น ปวดร้าวจากคอลงไปที่ไหล่ แขน หรือปลายนิ้ว อาการมักเป็น ๆ หาย ๆ ร่วมกับอาการชาและอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนหรือมือ
ระดับที่ 3 มีการกดทับไขสันหลัง: เป็นระยะที่มีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเกร็งบริเวณลำตัว แขน หรือขา เดินลำบาก ทรงตัวไม่ดี และการใช้มือทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำได้ยาก
สำรวจตัวเองง่าย ๆ เป็นกระดูกคอเสื่อมหรือไม่
คุณสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคกระดูกคอเสื่อมได้ด้วยการทดสอบง่าย ๆ ดังนี้
- เอียงคอ นั่งตัวตรง หลังตรง จากนั้นเงยคอขึ้นเล็กน้อยและเอียงศีรษะไปด้านตรงข้าม หากมีอาการปวดบริเวณคอ และมีอาการปวดร้าวลงไปที่ไหล่ แขน หรือมือ อาจเป็นสัญญาณของปัญหากระดูกคอเสื่อม
- ก้มและเงย ค่อย ๆ ก้มศีรษะลงให้คางแตะหน้าอก แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน หากรู้สึกมีอาการชา หรือมีความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตลงไปที่แขนหรือขา นั่นแปลว่าอาจเกิดจากการกดทับของเส้นประสาทบริเวณกระดูกคอ
- สังเกตอาการปวดเวลาจามหรือไอ ในผู้ที่มีภาวะกระดูกคอเสื่อม การจามหรือไอจะทำให้เกิดแรงดันในช่องกระดูกสันหลัง ส่งผลให้หมอนรองกระดูกที่มีปัญหาไปกดทับเส้นประสาท ทำให้รู้สึกเจ็บ ปวดร้าว ชา หรือรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตได้
เช็คลิสต์อาการเสี่ยงโรคกระดูกคอเสื่อม
หากคุณมีอาการข้างล่างนี้หลายข้อ อาจเป็นสัญญาณว่ากระดูกคอเริ่มมีการเสื่อม
- ปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง หรือรู้สึกตึงบริเวณต้นคอเป็นประจำ
- ปวดคอหลังจากนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ
- เคลื่อนไหวคอได้ยาก ก้ม เงย หรือเอียงคอลำบาก
- หันคอหรือก้มเงยคอได้ไม่สุด รู้สึกตึงหรือฝืด
- ปวดคอร้าวลงแขน ข้อศอก หรือมือ
- มีอาการชาที่แขนและนิ้วมือบ่อย ๆ
- ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอยร่วมกับมีอาการปวดคอ
- มีอาการชาหรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตบริเวณแขน มือ หรือปลายนิ้ว
- แขนหรือมืออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด ติดกระดุมยาก หรือยกข้อมือไม่ขึ้น
- นั่งทำงานนาน ๆ แล้วอาการปวดคอเพิ่มขึ้น
- ปวดคอจนรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
- เดินลำบาก ทรงตัวไม่ดี
นี่เป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาทจากภาวะกระดูกคอเสื่อม หากคุณมีอาการเหล่านี้หลายข้อ โดยเฉพาะอาการปวดคอร่วมกับอาการชาหรือปวดร้าวลงแขน สิ่งที่คุณควรทำคือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม
การรักษากระดูกคอเสื่อมด้วยการฝังเข็ม
อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมในการรักษากระดูกคอเสื่อมคือการฝังเข็ม ซึ่งช่วยลดอาการปวด คลายกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณคอและไหล่ ในบางกรณีอาจใช้การ Dry Needling ร่วมด้วยเพื่อคลายปมกล้ามเนื้อ (Trigger Point) บริเวณคอ บ่า และสะบัก ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดอาการปวดร้าว
การฝังเข็ม (Acupuncture) จะช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนของพลังงานและเลือด ทำให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้อาการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นลดลง กล้ามเนื้อคลายตัว การเคลื่อนไหวของคอดีขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารระงับปวดตามธรรมชาติ ลดอาการปวด และช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือมีอาการชาจากการกดทับเส้นประสาท การฝังเข็มสามารถช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อรอบกระดูกบริเวณคอ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดทับต่อเส้นประสาทและทำให้อาการปวดดีขึ้นได้
การ Dry Needling จะช่วยคลายปมกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และสะบัก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอเรื้อรัง โดยใช้เข็มขนาดเล็กแทงลงไปยังจุดตึงของกล้ามเนื้อโดยตรงเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้อย่างตรงจุด ลดอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของคอได้ดีขึ้น
นอกจากการรักษาด้วยการฝังเข็มและ Dry Needling แล้ว คุณยังลดความเสี่ยงของโรคกระดูกคอเสื่อมได้ด้วยการปรับพฤติกรรม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรง เช่น เลี่ยงการก้มคอดูมือถือเป็นเวลานาน ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตา ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายทุก 30–60 นาที ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและหลัง หลีกเลี่ยงท่านั่งหลังค่อม การปรับพฤติกรรมเหล่านี้จัช่วยลดแรงกดต่อกระดูกคอ และชะลอการเสื่อมของข้อต่อได้
โรคกระดูกคอเสื่อมเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้คอซ้ำ ๆ หากมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดร้าวลงแขน หรือมีอาการชาและอ่อนแรง ควรรีบตรวจประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงจนเกิดการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง ที่ฟาจินคลินิก (Fa Jin Clinic) เรามีการรักษาด้วย การฝังเข็มและ Dry Needling สำหรับรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ สามารถลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง
Fa Jin Clinic – ฟาจินคลินิก ฝังเข็ม ครอบแก้ว
ฝังเข็ม ครอบแก้ว ทุยหนา จัดกระดูก
ศาสตร์แพทย์แผนจีนครบวงจร
ติดต่อสอบถามและนัดหมาย
โทร: 086-994-6454
Line Official: @fajinclinic หรือคลิกที่นี่
เปิดให้บริการ 2 สาขา
สาขาอ่อนนุช: ชั้น 2 ของอาคารแฟร์ทาวเวอร์ สุขุมวิท 50 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11:00 – 20:00 น.
สาขาอารีย์-พระราม 6: ชั้น 5 อาคารทิปโก้ทาวเวอร์ 1 เปิดให้บริการทุกวัน (หยุดวันอังคาร) เวลา 10:30 – 19:30 น.

