หากคุณมีอาการชาปลายมือปลายเท้า อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องปกติ! เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติของร่างกาย หลายคนเลือกกินยาหรือปล่อยให้หายเอง แต่ในความเป็นจริง อาการชาที่เกิดขึ้นบ่อยหรือเรื้อรังอาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงตามมา หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือการฝังเข็ม ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการชาและอาการปวดได้ในผู้ป่วยหลายกลุ่ม
ชาปลายมือปลายเท้าเกิดจากอะไร?
1. เส้นประสาทถูกกดทับ
เส้นประสาทถูกกดทับเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในวัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ใช้โทรศัพท์มือถือบ่อย หรือยกของหนักเป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดการกดทับของเส้นประสาท ผู้ป่วยมักมีอาการชาร้าวจากคอลงแขน ชาร้าวจากหลังลงสะโพกและขา หรือมีอาการปวดร่วมกับกล้ามเนื้อตึง เมื่อปล่อยไว้นานอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือหยิบจับสิ่งของได้ไม่ถนัด
2. โรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญของอาการชาปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะในผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเป็นระยะเวลานาน ๆ ระดับน้ำตาลที่สูงต่อเนื่องจะทำลายเส้นประสาทส่วนปลายทำให้เกิดอาการชาที่ปลายเท้าก่อน แล้วจึงลามขึ้นมาที่ขา และอาจเกิดที่ปลายมือในระยะต่อมา นอกจากอาการชาแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน หรือเสียวแปลบเหมือนไฟช็อต ส่งผลให้เกิดแผลที่เท้าได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว
3. การขาดวิตามินบางชนิด
วิตามินหลายชนิดมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะวิตามิน B1 B6 และ B12 หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ เส้นประสาทอาจทำงานผิดปกติและเกิดอาการชาได้ ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ที่รับประทานอาหารไม่สมดุล ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่ทำให้ดูดซึมวิตามินได้ไม่ดี หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรก อาการชาด้วยสาเหตุนี้มักมีโอกาสดีขึ้นได้
4. การไหลเวียนเลือดผิดปกติ
เมื่อเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าไม่เพียงพอ เส้นประสาทจะได้รับออกซิเจนและสารอาหารลดลง ทำให้เกิดอาการชาได้ สาเหตุอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ หรือโรคหัวใจ
5. พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
บางครั้ง สาเหตุของอาการชาอาจเกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราว เช่น การนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน นั่งพับเพียบ นอนทับแขน หรืออยู่ในท่าเดิมนานหลายชั่วโมง อาการลักษณะนี้มักหายได้เองเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถหรือขยับร่างกาย แต่หากอาการชาเกิดซ้ำบ่อย ๆ หรือไม่หายแม้เปลี่ยนท่าแล้ว ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์?
หากมีต่อไปนี้ ไม่ควรปล่อยไว้หรือซื้อยารับประทานเอง เพราะการวินิจฉัยสาเหตุของอาการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว
- ชาเฉียบพลันครึ่งซีกของร่างกาย
- แขนหรือขาอ่อนแรงร่วมกับอาการชา
- ชารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์
- มีอาการชาร่วมกับปวดหลังรุนแรง หรือกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้
ชาปลายมือปลายเท้า ฝังเข็มช่วยได้จริงไหม?
หลายคนพยายามรักษาอาการชาปลายมือปลายเท้าด้วยการทานยาแต่ก็ยังไม่หายขาด การแพทย์แผนจีนอย่างการฝังเข็มและ Dry Needling จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แล้วการฝังเข็มสามารถช่วยฟื้นฟูอาการชาได้อย่างไร? มาหาคำตอบพร้อม ๆ กัน
- บรรเทาอาการชา
การฝังเข็มจะช่วยกระตุ้นเส้นประสาทและการไหลเวียนโลหิต การปักเข็มลงบนจุดต่าง ๆ บนร่างกายจะช่วยส่งสัญญาณไปรีเซ็ตระบบประสาท ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายรู้สึกได้ว่าอาการชา อาการเหมือนมีเข็มทิ่ม หรือความรู้สึกไวผิดปกติบริเวณปลายมือปลายเท้าค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น ผู้ป่วยสามารถกลับมาหยิบจับสิ่งของหรือเดินเหินได้มั่นใจอีกครั้ง
- ลดอาการปวดแสบปวดร้อน และเสียวแปลบจากปลายประสาท
ในผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีภาวะปลายประสาทอักเสบ อาการมักไม่ได้มีแค่ความรู้สึกชาอย่างเดียว แต่ยังมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน หรือปวดเหมือนไฟช็อตจากปลายประสาท การฝังเข็มจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารระงับปวดตามธรรมชาติและสารสื่อประสาทอื่น ๆ ออกมา ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่กดสัญญาณความเจ็บปวดก่อนที่จะส่งไปถึงสมอง และช่วยปรับการรับรู้ความเจ็บปวดของระบบประสาท ทำให้อาการปวดลดลง
- กระตุ้นการไหลเวียนเลือด นำสารอาหารไปเลี้ยงเส้นประสาท
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นประสาทเสื่อมสภาพจนเกิดอาการชา คือการที่เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ซึ่งการฝังเข็มสามารถกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้ เมื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ออกซิเจนและสารอาหารจะถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อและเส้นประสาทได้มากขึ้น ช่วยให้เซลล์ประสาททำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหามือเท้าเย็นในผู้ป่วยบางรายได้เป็นอย่างดี
- คลายกล้ามเนื้อ ลดแรงกดทับเส้นประสาทส่วนปลาย
ผู้ป่วยบางรายมีอาการชาร่วมกับกล้ามเนื้อตึงหรือเส้นประสาทถูกกดทับ การฝังเข็มจะช่วยคลายปมกล้ามเนื้อที่หดตัวเรื้อรัง ลดการอักเสบในบริเวณนั้น ๆ ส่งผลให้แรงกดทับบนเส้นประสาทคลายออก จึงช่วยบรรเทาอาการชาและอาการปวดได้
ฝังเข็มรักษาอาการชาปลายมือปลายเท้า ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
การรักษาอาการชาปลายมือปลายเท้าด้วยการฝังเข็มเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงมาก อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป็นและความรุนแรงที่เป็น หากเพิ่งเริ่มมีอาการชา การฝังเข็มก็อาจเห็นผลไวใน 2-3 ครั้งแรก แต่หากเป็นอาการชาเรื้อรังจากเบาหวานหรือปลายประสาทเสื่อมมานาน อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ร่วมกับการดูแลตัวเอง ควบคุมระดับน้ำตาล และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กดทับเส้นประสาท
สำหรับผู้ที่มีอาการชาร้าว ชาปลายมือปลายเท้า การรักษาด้วยการฝังเข็มและ Dry Needling สามารถช่วยลดอาการปวดและบรรเทาอาการชาได้ ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ก่อนเริ่มการรักษา เพื่อให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวก และกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
Fa Jin Clinic – ฟาจินคลินิก ฝังเข็ม ครอบแก้ว
ฝังเข็ม ครอบแก้ว ทุยหนา จัดกระดูก
ศาสตร์แพทย์แผนจีนครบวงจร
ติดต่อสอบถามและนัดหมาย
โทร: 086-994-6454
Line Official: @fajinclinic หรือคลิกที่นี่
เปิดให้บริการ 2 สาขา
สาขาอ่อนนุช: ชั้น 2 ของอาคารแฟร์ทาวเวอร์ สุขุมวิท 50 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11:00 – 20:00 น.
สาขาอารีย์-พระราม 6: ชั้น 5 อาคารทิปโก้ทาวเวอร์ 1 เปิดให้บริการทุกวัน (หยุดวันอังคาร) เวลา 10:30 – 19:30 น.

